Today Cosplayer Social

posted on 21 Nov 2011 19:49 by fukurougaou
หลังจากไม่ได้อัพบล็อกมานาน..(เหมือนช่วงนี้จะโดนสแปมเล่นงานด้วยเล็กน้อยล่ะขอรับ orz)
ช่วงนี้มีคนมาคุยหลังไมค์กับพ่อบ้านเยอะเหลือเกิน ทั้งคุยเล่น รวมไปถึง บ่นเรื่องนั่นเรื่องนี่
 
พ่อบ้านเลยเสนอแนวทางออกให้หลายๆคนไป และรับฟัง Feedback ที่ได้รับกลับมาแล้ว 
อัพบล็อกคราวนี้พ่อบ้านเลยอยากอัพบล็อกแบบมีสาระ ให้ทุกท่านได้ลองอ่านดูบ้าง 
หาก บังเอิญ ไป กระทบ ใครหรือกลุ่มใดเข้า พ่อบ้านก็ต้อง ขออภัยมา ณ ตรงนี้ ขอรับ เพราะพ่อบ้านไม่ได้คิดอยากจะดราม่า หรือตราหน้าใครทั้งนั้น เพียงแต่เป็นมุมมองของพ่อบ้านที่อยากจะลองเสนอทางออก หรือเตือนสติทุกท่านที่ สละเวลา เข้ามาอ่านเท่านั้นเอง
 
เนื้อหาทั้งหมดที่พ่อบ้านเขียนมาทั้งหมดนี้ มาจากที่พ่อบ้านได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านหลายๆท่าน และประสบป์มากับตัวเอง ขอรับ
 
เนื่องจาก สังคม คอสเพลในตอนนี้ มีการติดต่อ กันได้หลายทางขึ้นผ่านทาง โซเซียลเนตเวิร์ค ทั้งเฟสบุคทวิตเตอร์ กูเกิ้ลพลัส บลาๆๆ
 
ทำให้บางครั้งเลเยอร์ดังๆหรือน่ารักๆบางท่านมีคนรู้จักเยอะขึ้นในเวลาอันสั้น แต่ เลเยอร์ท่านนั้น ไม่ได้รู้จักใครคนนั้นด้วยเลย รวมไปถึงการทำความรู้จักของคนในวงการ รวมทั้ง ระหว่างเลเยอร์กับช่างกล้อง ด้วยนั่นเองขอรับ
 
แต่ประเด็นแรกที่พ่อบ้านอยากจะกล่าวถึงก็คือ
 
การปรับตัวเข้าหากันเองของสังคม
 
อย่างแรกคือ  เมื่อก่อนนั้นคนในวงการแต่ละคนจะมารู้จักกันได้ มักจะรู้จักกันเมื่อคุยกันในงานการ์ตูน งานคอสเพล บลาๆๆ ซึ่งต้องเจอหน้ากันตรงๆนั้นเอง แต่ปัจจุบันนี้ การจะรู้จักกันนั้นมันง่ายขึ้นมาก ด้วยการ คุยกันผ่านทาง โซเซียลเนตเวิร์ค ซึ่งใช้เวลาอันสั้นในการทำความรู้จัก และมีโอกาสอย่างมาก ที่จะทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้
 
ยกตัวอย่างการเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น
[สมมติ]
เหตุการณ์ตัวอย่างที่1
A กับ B มารู้จักกัน โดยที่ A เพิ่งมารู้จักกับ C ได้ไม่นาน จึงทำให้ B เข้าใจผิดว่า A กับ C รู้จักกันมานานแล้ว
 
จากข้อนี้ทำให้เกิดดราม่าขึ้นมาแล้ว และปัจจุบันก้ยังไม่สามารถเคลียร์กันได้ บุคคลดราม่าก้ยังคงถูกจับตามองอยู่ต่อไปโดยที่ไม่คิดว่าตัวเองผิดเลยด้วยซ้ำนั่นเองขอรับ..
ทางแก้นั้นมีไม่ยาก คาดว่าหลายๆคนในตอนนี้คงระวังตัวกันมากขึ้นแล้ว แต่ก็อย่างว่าที่ว่า ถ้าหากคนที่เข้ามานั้นบริสุทธิ์ใจจริงๆ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะนะขอรับ..

เหตุการณ์ตัวอย่างที่2
A อยู่ในกลุ่มคอสเพลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมารู้จักกับ C ในงานคอสเพลครั้งแรก เลยชวนมาร่วมกลุ่ม จากนั้น C ก็ชวน D เข้ามาร่วมกลุ่มอีกในเวลาต่อมา แต่ D เกิดไม่ชอบกับ B ที่อยู่ในกลุ่มอยู่แล้วด้วยเหตุผลบางอย่าง
 
จากข้อนี้พ่อบ้านได้ยินมาจากคนหลายๆกลุ่ม ซึ่งพอพ่อบ้านลองเลียบๆเนียนๆไปสอบถามมาแล้ว บางครั้งเป็น ข้อผิดพลาดหรือเข้าใจผิดกันในเรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง แต่ปัจจุบันก็ยังไม่เคลียร์กันสักทีขอรับ... แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่เกลียดกันจริงๆ 
วิธีการแก้ปัญหามันไม่ได้มีอะไรยากเลยแค่หันหน้ามาเปิดอกคุยกันดีๆก้น่าจะเข้าใจกันแล้ว แต่พ่อบ้านก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงไม่คุยกันสักทีนั่นเอง..
 
 
สองเหตุการณ์สมมติที่พ่อบ้านยกตัวอย่างมาให้ฟังนี้ หลักๆแล้ว นับเป็นกรณีที่เกิดจาก"ความเข้าใจผิด" ทำให้เกิดดราม่าขึ้นมาได้นั่นเองขอรับ ทั้งจากผู้ที่ไม่ประสงค์ดีแต่แรก และรวมถึง ไม่ชอบกันเรพาะความเข้าใจผิด นั่นเองขอรับ
 
กรณีต่อไปที่พ่อบ้านจะพูดถึงคือ "กลุ่มคอสเพล" ที่มีมากมายหลายกลุ่มกันในตอนนี้
ซึ่งหลายๆกลุ่มพอไปรู้จักกับ คนๆหนึ่งพอคุยมากๆเข้าก็อยากจะรับเข้ามาร่วมกลุ่มด้วย แต่บางครั้ง คนๆนั้นอาจจะมีกลุ่มอยู่แล้ว เลยจะเกิดการ "รวมกลุ่ม" กันเกิดขึ้น เรื่องนี้อาจจะไม่เป็นปัญหา ถ้าหากไม่มีกรณี เหตุการณ์สมมติที่2 ที่พ่อบ้านกล่าวไว้
 
 
การวางตัวของหัวหน้ากลุ่ม(คอสเพล)

และอีกประเด็นที่พ่อบ้านได้ยินเด็กคอสหลายๆคนมาบ่นจากกรณีข้างต้นคือ"การลำเอียง"ต่อเด็กในกลุ่ม
ประเด็นนี้มักจะเกิดจาก "กลุ่ม" ที่มีหัวหน้ากลุ่มเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเด็กในกลุ่มอายุน้อยๆ ซึ่งแน่นอนว่า เด็ก ก็คือเด็กล่ะนะขอรับ มักจะชอบที่มีใครมาโอ๋ตลอดเวลาแต่งตัวน่ารักๆ แต่ถ้าหาก ผู้ใหญ่ในกลุ่ม ดูแลไม่ทั่วถึง ก็จะเกิดการ "ลำเอียงในสายตาเด็ก" ขึ้นมา 
การจะเป็นหัวหน้ากลุ่มที่มีเด็กอยู่ด้วยนั้น อย่างแรกคือ การเอาใจใส่ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน หรืออีกอย่างหนึ่งคือ ไม่แสดงอาการ สนิทสนมกับคนใดคนนึงให้คนอื่นในกลุ่ม ออกหน้าออกตาเกินไป(หลังไมค์ไว้ว่ากันทีหลัง)ขอรับ
 
ต่อมาคือ การเพิ่มสมาชิกกลุ่ม 
 
การเพิ่มสมาชิกกลุ่มนั้น ไม่ใช่ว่าจู่อยากเพิ่มก็เพิ่ม รู้จักใครใหม่อยากลากเข้ากลุ่มด้วย ก็ลากเลย นั่นเป็นสิ่งที่อันตรายมากขอรับ (แน่นอนว่าอ้างอิงจาก เหตุการณ์สมมติที่สอง) ถึงแม้ว่าหัวหน้ากลุ่มจะลอง"ชวน"ดูเอง แต่ก็อย่าลืมว่า สมมติว่า คุณไปชวนใครสักคนหนึ่งในงานมาเข้ากลุ่มโดยที่คนๆนั้นอยู่คนเดียว/ยังไม่มีกลุ่ม เค้าคงไม่ปฏิเสธแน่นอนขอรับ เพราะอะไร?  เพราะความเกรงใจขอรับ อาจจะคิดว่า "ลองเข้ามาดูก่อนก็แล้วกัน" ซึ่งจะเข้าได้หรือไม่ได้ ก็ว่ากันอีกทีไป..
 
แต่การเพิ่มจำนวนสมาชิกกลุ่มรวดเร็วเกินไปจน สมาชิกกลุ่มที่มีอยู่ก่อน และ เข้ามาใหม่ ปรับตัวเข้าหากันไม่ทัน อาจจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกลุ่มขึ้นมานั่นเองขอรับ
 
แต่ถ้าจะถามพ่อบ้านว่า  " ดูยังไงถึงจะรู้ว่าสนิทกันรึยัง? " พ่อบ้านก็คงตอบไม่ได้ขอรับ เพราะนั่นคือ " หน้าที่ของคนที่เป็นเฮดของกลุ่ม " ที่ต้องคอยดูแลคนในกลุ่มขอรับซึ่ง ธรรมชาติของกลุ่มแต่ละกลุ่มจะต่างกันออกไป พ่อบ้านคงให้คำตอบที่ตายตัวออกมาไม่ได้ขอรับ
ข้อแนะนำสุดท้ายสำหรับ หัวหน้ากลุ่มต่างๆที่พ่อบ้านอยากจะฝากไว้คือ สมาชิกกลุ่ม ไม่ใช่ของตาย การที่สมาชิกกล่มจะออกจากกลุ่มด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ หัวหน้ากลุ่มมีสิทธิ์รับฟังและต้องยอมรับ ในการตัดสินใจของสมาชิกกลุ่ม เพราะหัวหน้ากลุ่มไม่ใช่เจ้าของของสมาชิกในกลุ่ม 
 
และสุดท้ายถึงผู้ใหญ่ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มคอสเพลนั้นๆ อย่าลืมที่ว่า การนับญาติหรือความสัมพันธ์กันในกลุ่มคอสเพลคือเรื่องสมมติ เพราะสุดท้ายอย่างไร เด็กๆที่เป็นเลเยอร์นั้น ก็มี พ่อ แม่ แท้ๆอยู่แล้ว การที่จะไปอ้างสิทธิ์เหนือพ่อแม่ที่แท้จริงนั้นเป็นไปไม่ได้และไม่ควรทำอย่างยิ่ง  ขอรับ พ่อบ้านขอฝาก ใน จุดๆนี้ไว้ด้วย..
 
ประเด็นต่อไปคือ การวางตัวในสังคมคอสเพล
 
ช่วงนี้ ที่พ่อบ้านได้ยินมาหนาหูมากที่สุด และได้ยิน เลเยอร์หญิงบ่นและด่าให้ฟังบ่อยมากๆคือ " การถูกลวนลาม " ขอรับ
ซึ่ง มีทั้ง ที่เป็นเลเยอร์ด้วยกันเอง รวมถึง ช่างกล้อง ด้วยก็มี 
 
การลวนลามที่ถูกพบเจอ(ทั้งที่มาเล่าให้ฟังและพบเห็น)มากที่สุดคือ

1.การเอาตัวเข้ามาเบียดขณะถ่ายรูป
ห๊ะ!? แค่นี้ก็ถือเป้นการลวนลามด้วยน่ะรึขอรับ? ถูกขอรับ!
ถ้าหากคนๆนั้นเป็นต่างเพศ+หน้าตาไม่ไว้วางใจ+ไม่สนิทด้วย มันคือ "การกระทำที่ล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเลเยอร์" ขอรับ
อย่างแรกสุดที่พ่อบ้านอยากจะ กล่าวไว้ ณ. ที่นี้เลยคือ " เลเยอร์ไม่ใช่พรีตตี้  มาด้วยใจไม่ได้มาเพราะเงิน "  ขอรับ  เพราะฉนั้นกรุณาให้เกียร์ติเด็กๆ ด้วยการ ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ด้วยขอรับ
ถึงแม้จะเป็นเลเยอร์ด้วยกัน แต่การแตะเนื้อต้องตัวนั้น ควรดูความสนิทสนมด้วยขอรับ 
 
 
2.ลูบหัว
อ้าว!? ก็แค่อยากแสดงความเอ็นดูน่ะ! แค่นี้ก็ทำไม่ได้เห